เถียงด้วยเหตุผล กับการบังคับใช้กฎจราจร - ตำรวจไทย

Breaking

Post Top Ad

Post Top Ad

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เถียงด้วยเหตุผล กับการบังคับใช้กฎจราจร

จากข่าวกรณี ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. ยกเลิกด่านลอยและกฎหมายเปอร์เซ็นนำจับใบสั่ง  เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 58 (ลิงค์ข่าว) คงได้ฟังความคิดเห็นของฝ่ายดังกล่าวกันมาพอสมควรแล้ว  ขอนำความคิดเห็นของเพื่อนข้าราชการตำรวจมาแชร์กันบ้าง  เพราะเขียนได้โดนใจ  ส่วนจะหาความสมดุลอย่างไรนั้น  คงต้องตั้งคณะทำงานพิจารณากันอย่างจริงจังอีกที

ข้อความจากเฟซบุ๊คคุณ AC Saravut ดังนี้ครับ

     "จุดประสงค์ของการตั้งด่านจราจร ไม่ใช่ค่าปรับครับ อย่าเข้าใจผิด ... มันคือการกวดขันให้ประชาชนทำตามกฎจราจร ก็อย่างที่ท่านเห็น บ้านเมืองเราวินัยจราจรเป็นอย่างไร ผมคงไม่ต้องแจกแจง ไม่งั้นหน้าเฟสคงเขียนไม่พอ ถ้าท่านไม่สะดวกใจชำระค่าปรับ ลองเสนอแก้ไขกฎหมายบัญญัติการลงโทษเป็นอย่างอื่น เช่น ใช้ไม้เรียวตี เหมือนเด็กๆ ดีมั้ยครับท่าน

     บางท่านสอบถามผม ทำไมตำรวจจราจรเมืองนอกไม่เห็นมีตั้งด่านจราจรอย่างเมืองไทย?... ตอบง่ายๆเลยครับ... ก็ประชาชนประเทศอื่นเค้าเคารพกฎจราจรไงครับ ยกตัวอย่างเช่น ใกล้ๆบ้านเราก็ สิงคโปร์ ไฟแดงคือหยุด ที่ห้ามจอดคือไม่จอด แท็กซี่ไม่มีปฏิเสธผู้โดยสาร ก้อทุกคนทำตามกฎ จะให้ตำรวจไปจับใครล่ะครับ? และหากมีใครฝ่าฝืนกฎหมายขึ้นมา ประเทศต่างๆเหล่านั้นมีบทลงโทษที่เด็ดขาด ติดคุกจริง ปรับกันหลักแสน.... แล้วบ้านเราเป็นไงน่ะหรอครับ ก็แค่คนไม่มีใบขับขี่ ขับรถประมาทบนทางด่วน ทำคนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แต่รอลงอาญา เป็นไงครับ ลองพิจารณาดู

     ไอ้เงินเปอร์เซ็นต์ ที่ท่านว่า รบกวนท่านศึกษาให้ถี่ถ้วนด้วยครับ ว่ามันมีเพดานสูงสุดแค่ไหน พวกท่านคงไม่รู้หรอกว่า เงินจำนวนเท่านั้น มันจะกลายเป็นค่านมลูก ค่าเทอมลูก ค่าดูแลพ่อแม่แก่เฒ่า ค่าประทังชีวิต ของตำรวจจราจร มันมากมายนักรึ แทบไม่พอด้วยซ้ำ

     "ไม่มีตำรวจจราจรคนไหน รวยเพราะเงินส่วนแบ่งนี่หรอกครับ"

     แล้วถ้าผมเอาเงินจำนวนนั้น จ้างพวกท่านให้มาทำหน้าที่ตำรวจจราจร เอามั้ยครับ??? กับชีวิตที่ต้องตื่นมาอำนวยความสะดวกให้พวกท่าน ตั้งแต่อาทิตย์ยังไม่ขึ้น ลูกตื่นมาไม่เคยเห็นหน้าพ่อ ต้องไปยืนดมควันไอเสีย ทนให้พวกท่านดูถูกต่างๆนาๆ ถ้าผมมีตังค์เยอะ ผมจะจ่ายเงินจำนวนนี้ให้ตำรวจจราจร ทั้งประเทศให้หยุดงานอยู่กับลูกเมีย ไม่ต้องทำงาน จะได้ถูกใจพวกท่านดีมั้ยครับ?

     ถ้าไม่อยากทำตามกฎหมายจราจรขนาดนั้น วิธีแก้กฎหมายตามหลักนิติรัฐ มีครับ เชิญศึกษาและดำเนินการได้ครับ และถ้าไม่อยากทำตามกฎจราจร ผมเสนอให้ยุบกรมการขนส่ง ไม่ต้องมีใบขับขี่ ยกเลิกกฎหมายจราจรไปเลย ใครอยากขับยังไงขับ อยากจอดตรงไหนจอด เด็กแว้นเชิญเต็มที่ รถชน รถเสียแก้ปัญหากันเอง ไม่ต้องสวมหมวกนิรภัย ให้ยกเลิกธุรกิจประกันภัยไปด้วยครับ ท่านจะให้คนอื่นมาคุ้มครองท่านทำไม ในเมื่อท่านยังไม่สนใจสังคมส่วนรวม และอย่าเรียกร้องโวยวายถ้ารถติด เพราะพวกท่านไร้วินัยจราจรกันเอง

     แต่ผมขอย้ำว่า คนดีๆ ที่ทำตามกฎหมาย ไม่เห็นเค้าเดือดร้อนกับการทำงานของตำรวจเลยแม้แต่นิดเดียว และคนที่เคารพกฎหมาย คือ ประชาชนส่วนใหญ่ 

ป.ล. โตๆกันแล้ว แน่จริงพูดตรงๆสิครับ ว่าอยากทำผิด แค่ไม่อยากถูกปรับเฉยๆ ไม่ต้องลงทุนคิดคำสวยหรู เล่นปาหี่ ให้ดังให้ดูดีก็ได้ ผมสงสาร เหนื่อยเปล่าๆ





     เห็นด้วยจริง ๆ เลยครับ  นิสัยคนไทยเราไม่ค่อยจะเคารพกฎหมาย ถึงกับมีคำกล่าวที่ว่า "ทำอะไรตามใจ คือไทยแท้"   แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ส่วนหนึ่งที่ประชาชนเกิดความไม่พอใจ นั่นก็เพราะตำรวจบางนาย ที่เหมือนตั้งใจจะเอาผิดกับประชาชนเสียให้ได้  ตั้งข้อหาแปลก ๆ งี่เง่า แบบที่เขาเอามาประจานทางโลกออนไลน์อยู่บ่อย ๆ แทนที่จะเอาข้อหาหลัก ๆ ที่เหลือ ให้ว่ากล่าวไปบ้าง  พบกันครึ่งทาง อะไรแบบนั้น

     ส่วนผู้บังคับบัญชาอย่างสารวัตรจราจร  รองผู้กำกับฯ ต้องลงมาตรวจสอบด้วยว่าออกใบสั่งข้อหาอะไรบ้างในแต่ละวัน  พร้อมทั้งให้ความรู้ความเข้าใจผู้ปฏิบัติในข้อกฎหมาย และสิ่งที่ควรทำ  เพื่อให้ผู้กระทำผิดกฎหมายยอมรับ และเคารพในกฎหมายอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง  ผมยังเชื่อว่าถ้าพูดกันดี ๆ ด้วยเหตุผล คนปกติก็พร้อมจะเปลี่ยนแปลงและปฏิบัติตามครับ

     ในส่วนของส่วนแบ่งค่าปรับนั้น เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ตำรวจออกไปจับกุม กวดขัน ออกไปทำหน้าที่ที่จะทำให้คนเกลียด(เหมือนอาจารย์ฝ่ายปกครอง หรือสารวัตรนักเรียน นั่นแหละ นักเรียนเกือบทั้งโรงเรียนไม่ชอบหรอก แต่ไปถามผู้ปกครอง ครูอาจารย์ หรือคนในชุมชนดูสิ ว่าไม่มีได้มั๊ย)  ประกอบกับรัฐบาล หน่วยงานอย่าง สสส. และฝ่ายปกครอง  ที่รณรงค์ในเรื่องวินัยจราจรกันทุกปีใหม่ สงกรานต์  คุณรู้หรือไม่ ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรในไทยปีละสองหมื่นกว่าราย  ในขณะที่ผู้เสียชีวิตจากอาชญากรรมอยู่ที่ปีละแปดพันราย

     ข้อสั่งการของรัฐบาล และศูนย์ป้องกันภัยทางถนนฯ คือ ให้ตำรวจกวดขันการจับกุม 3 ม. 2 ข. 1 ร. และ 10 ข้อหาหลักที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ   เป็นข้อสั่งการที่ตำรวจต้องทำเพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร

     สมมุติว่าการตั้งด่านของตำรวจ ตรวจจับคนเมาแล้วขับดำเนินคดี แน่นอนว่าผู้ถูกดำเนินคดีและพวกพ้องคงไม่พอใจที่ตำรวจเข้มงวด  ในทางกลับกัน ถ้าปล่อยไปแล้วขับไปชนคนตายซึ่งเป็นญาติของคุณล่ะ  หรืออีกกรณี ตำรวจตั้งด่านจับหมวกกันน็อคนักเรียน นักศึกษา(รณรงค์มาเป็น 10 ปี ยังไม่สำเร็จ) พ่อแม่ หรือเพื่อน ๆ น้องคนนั้นก็คงเกลียดตำรวจ  หัวก็หัวกู มาเสือกไร  แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุหัวกระแทก เป็นเจ้าชายนิทรา หรือเสียชีวิต  คงเป็นความสูญเสียใหญ่ของครอบครัว

     ที่ควรปรับปรุงคือการแย้งความเห็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ที่ควรเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ชี้แจงได้อย่างยุติธรรม  อาจจะขอพบร้อยเวรประจำจุดตรวจ เพื่อตรวจสอบข้อกฎหมาย  ถ้าร้อยเวรยังยืนยันและผู้ขับขี่ไม่เห็นด้วย  ร้อยเวรออกใบสั่งพร้อมถ่ายรูปลักษณะความผิดส่งพนักงานสอบสวน  ไปว่ากันชั้นศาลเลย แบบนี้น่าจะดีกว่าปัจจุบันนะครับ

     ลองคิดเล่น ๆ นะครับ  ยกอำนาจการจับกุมไปให้ทหาร หรือ อปท. ซักปี  แล้วดูสถิติอุบัติเหตุ  สภาพวินัยจราจร  ความสูญเปรียบเทียบกันดีมั๊ยครับ ? อืม... อีกหน่อย คนเสพยาบ้า ขายยา รวมตัวกันสักแสนคนมายื่นหนังสือ ให้ตำรวจเลิกจับ หรือเลิกเงินรางวัลจับยาเสพติด  ก็คงทำได้เหมือนกันสินะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Top Ad