ข้อเสนอจัดระเบียบบิ๊กไบค์ ยกระดับความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 59 ที่ผ่านมา  พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบก.จร. ได้เผยว่าทาง บก.จร. มีแนวคิดที่จะเสนอให้กรมการขนส่งทางบก  ให้จำกัดอายุผู้ที่จะขับขี่รถบิ๊กไบค์ และต้องทำใบขับขี่แยกจากรถจักรยานยนต์ธรรมดา

     โดย กองบังคับการตำรวจจราจร(บก.จร.) ศึกษารายละเอียดการจำกัดอายุผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่แล้วพบว่า ผู้ที่จะขับขี่รถจักรยานยนต์ตั้งแต่ 400 ซีซีขึ้นไป ต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์ และต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์แบบธรรมดามาก่อน หากจะเปลี่ยนเป็นใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่(บิ๊กไบค์) ต้องเข้าทดสอบใหม่ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยเฉพาะภาคปฏิบัติต้องทดสอบด้วยการขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่เท่านั้น เพราะปัจจุบันรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือบิ๊กไบค์จดทะเบียนวิ่งอยู่บนถนนกว่า 1 แสนคัน!

     หากยังไม่มีการควบคุมอายุผู้ขับขี่ จะส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุจำนวนมาก เพราะจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า รถจักรยานยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดคือ บิ๊กไบค์ ที่คนขี่อายุไม่ถึง 20 ปี(อันนี้ผมไม่เชื่อนะ เพราะรถ จยย. ทั่วไปมีสัดส่วนมากกว่า ไม่รู้เอาสถิติมาจากไหน)  เบื้องต้นกรมการขนส่งทางบกเห็นด้วยในหลักการแล้วอยู่กับการพิจารณา





     ในความเห็นส่วนตัว  คนที่ขี่บิ๊กไบค์ นี่ส่วนมากฐานะดี(แหงล่ะ คันนึงหลายแสน หรือหลักล้าน)  เคยเห็นออกทริปเที่ยวกันเป็นกลุ่ม  ไม่ใช่เด็ก ๆ  สวมหมวกนิรภัยเครื่องป้องกันครบ  และก็ไม่ได้ขี่หาเรื่องใคร  แต่ก็ค่อนข้างจะใช้ความเร็วเกิน 100 กม./ชม.   แต่มีปัญหาเรื่องเสียง  ที่ดังถึงดังมาก  ยิ่งไปกันหลายคัน ดังหูแตก  น่าจะลองตรวจวัดค่ากันหน่อยว่าเกินกว่ามาตรฐานหรือไม่

     ส่วนในเรื่องอายุของผู้ขับขี่และการสอบมาตรฐานที่เข้มงวดขึ้นนั้น เห็นด้วยครับ  เพราะมันต้องมีทักษะมากกว่ารถจักรยานยนต์ทั่วไป  และตัวบิ๊กไบค์เอง ก็สามารถสร้างความเสียหายให้กับคู่กรณีได้มากกว่ารถ จยย. ทั่วไปอยู่แล้ว  ยิ่งไปเจอพวกเด็กเห่อ..มอย  บิดโชว์ไร้วุฒิภาวะด้วยแล้ว  เป็นห่วงเพื่อนร่วมทางคนอื่นครับ  จะมาซวยเพราะมัน

ปล. แนวคิดดังกล่าวนี้ตัว พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบก.จร. ได้เคยเสนอข่าวมาแล้วในปี 2558 (ลิงค์ข่าว)  มาเสนออีกครั้งในปีนี้(ลิงค์ข่าว)  เนื้อหาคล้าย ๆ กัน แต่ปีก่อนเอาอายุ 30 ปีขึ้นไป  ไม่สำเร็จ ปีนี้ลดเหลือ 20 ปี   ก็ต้องดูกันต่อครับ ว่าจะเป็นไปอย่างไรต่อไป

ความคิดเห็น