ภาพสะท้อนชีวิตตำรวจในมุมหนึ่ง - ตำรวจไทย

Breaking

Post Top Ad

Post Top Ad

วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ภาพสะท้อนชีวิตตำรวจในมุมหนึ่ง

ได้รับบทความนี้ส่งต่อกันมาทางไลน์  ไม่ทราบว่าท่านใดเป็นผู้เขียนไว้  พยายามหาในกูเกิ้ลแล้วไม่พบนะครับ(ใครทราบก็บอกด้วยจะได้ให้เครดิตครับ)   เป็นบทความที่สะท้อนชีวิตของตำรวจผู้ปฏิบัติได้เป็นอย่างดี  มาลองอ่านดูกันครับ

     ครั้งแล้วครั้งเล่ากับข่าวนายตำรวจเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่

     ชีวิตจริงมันเสี่ยงทุกวินาที เพราะเราเป้านิ่ง ไปแบบพระเอก กลับกันจิตใจผู้ร้ายมันไม่เคยมีคำว่า "เมตตา" กับฝ่ายเจ้าหน้าที่เลย

     หยุดเถอะกับการสร้างภาพให้ประชาชนรักตำรวจ เราต้องเถรตรงในหน้าที่ เมื่อตรงในหน้าที่ คนดีจะรักเอง ส่วนคนชั่ว อย่าไปสนใจมัน ตาต่อตาฟันต่อฟัน

     จุดจบของคนทำงาน คือ "คุกตาราง" ที่เห็นทำด้วยเจตนาดี แต่ศาลหาได้ปรานีโทษไม่ บางครั้งก็น่าเห็นใจเหมือนเช่นกรณีปทุมธานี

     "ปืน" สำหรับพวกผม "ตำรวจ" ชัก ขัง ยิง ออก ไม่จำเป็นไม่อยากมีใครชักปืนออกมายิงหรอกครับ หากไม่สุดๆ จริงๆ ตอนยิงเป็นข่าว หลังยิงถูกตั้งกรรมการสอบ นี่แหละ "ชีวิตจริง"

     ผมคนหนึ่งที่กล้าที่จะเดินหน้าชน เปิดหน้าชก ไม่เกรงกลัวคนร้าย กล้าลุย แต่...นายต้องเต็มที่นะ บางทีเรากล้า แต่นายกลัว...คิดถึงลูกเมีย พ่อแม่ ก็ อย่าดีกว่า

     เมื่อคิดจะเป็น "มือปราบ" มันต้องครบเครื่อง บู๊-บุ๋น มือหนึ่งถือปืน อีกมือ ถือกฎหมาย ใจ ต้องเกินร้อย ต้องนำลูกน้อง ไม่ใช่ให้ลูกน้องนำนาย

     เงินเดือน ค่าตอบแทน สำคัญที่สุด รัฐต้องกล้าปรับเงินเดือนตำรวจ เทียบเท่า อัยการ ศาล หน่วยงานอื่น เพราะทุกอย่างต้องใช้เงิน หยุดเถอะกับการเอาเงินโจรฆ่าโจร "ศักดิ์ศรี" มันต้องมี "กากี" ของไทย

     การก้าวสู่ตำแหน่งหลัก ต้องวัดกันที่ฝีไม้ลายมือ ไม่ใช่เงิน หรือนามสกุล สตช. ต้องชัดเจนตรงนี้

     ผู้นำหน่วยกำลัง ต้องสมาร์ท ทดสอบเหมือน ผบ.พัน ทหาร มีงบทำงาน ไม่เบียดเบียนชาวบ้าน ธุรกิจสีเทา

     รถยนต์สายตรวจ ต่างๆ นาๆ เมื่อออกตรวจ ความน่าเกรงขามต้องมี บารมีต้องเหนือคนร้าย ไม่ใช่ไปยกมือไหว้มันให้เสียราคา เราต้องขี่คอมัน สังคมจะสงบสุขอย่างแท้จริง เพราะความเป็นธรรม ในการเข้าถึง เข้าใจ พัฒนา พื้นที่ ไม่ใช่ "ถอนทุน"

     การอบรมพัฒนาทักษะ หน่วยกำลัง สนับสนุน ต้องทำเป็นนิจ เอาเข้าจริงๆ ยิงปะทะ บางนายยังมือสั่น ไม่กล้าตัดสินใจ เพราะขาดการอบรมต่อเนื่อง 

     ใช้คนให้เหมาะกับงาน บางคนเหมาะอยู่หน้าห้องตามนาย ก็โตตามสาย บางคนเก่งปราบปราบ สืบสวน สอบสวน จราจร เฉพาะทาง ต้องส่งเสริมให้เจริญก้าวหน้า นี่สิเรียก "ปฎิรูป"

     งานชี้วัดหรือสถิติต่างๆ นานา ยุคหลังมากมายเกินความจำเป็น ชี้วัดกันที่เสียงตอบรับจากประชาชนในพื้นที่กับความพอใจการทำงานของตำรวจดีกว่าดูจากแฟ้มรายงานคดี

     สีไหนก็จับหนูได้ นรต./ นบ.รบ./นอร./ อื่นๆ เก่งจริงต้องโตได้ ไม่ควรดูถูกเหยียดหยามกัน ทุกสายต่างมีที่มาด้านความรู้ต่างกัน แต่จุดหมาย คือ ประชาชน ตรงนี้ควรระวัง "น้ำผึ้งหยดเดียว" ไม่อยากให้เกิดความแตกแยกสามัคคี

     ผู้เขียนเอง ยังคิดถึงทุกๆ เหตุการณ์เมื่อครั้งรับราชการตำรวจ บางครั้งเฉียดตาย รู้มั้ย แว๊ปแรกที่คิดตอนนั้น คือใคร ตอบ "หน้าแม่" กลัวว่าจะตายแต่ไม่ได้ร่ำลา ชีวิตจริงที่ยิ่งกว่าละคร

     งานตำรวจ คือ งานป้องกันและปราบปราม "พิทักษ์สันติราษฎร์" ชัดเจน เด็ดขาด ปราบคนชั่ว ป้องคนดี หยุดเถอะเกี่ยวข้าวดำนา พอ หยุด หยุดสร้างภาพหวานๆ ตำรวจยุคก่อนไม่มี ภาพดุดัน เข้มแข็ง

     บำบัดทุกข์ บำรุงสุข คือ มหาดไทย เขาทำของเขาอยู่แล้วไม่ต้องไปทำ ตรงนี้กลับไปคิดครับ

     สุดท้าย ขอเป็นกำลังใจให้ตำรวจทุกนายแคล้วคลาดปลอดภัย กลับไปดูแลครอบครัวจนเกษียณอายุราชการ
*****************




     นับว่าเป็นบทความที่ตรงใจตำรวจชั้นผู้น้อยจริง ๆ  ไม่รู้บรรดาผู้บริหารระดับ ตร. จะได้ยิน ได้อ่านบ้างมั๊ยเรื่องราวแบบนี้  ถ้าคิดจะปฏิรูปตำรวจลองเปิดใจฟังผู้ปฏิบัติกันบ้างก็ดีนะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Top Ad