เกลี่ย สวป. ไปงานสอบสวน การแก้ปัญหาสไตล์ตำรวจ


ในการแต่งตั้งรอบที่จะถึงนี้ เป็นวาระประจำปี 2561 ระดับ รอง ผบก. - สว.  น่าจะมีการแก้ไขปัญหาพนักงานสอบสวนที่ขาดแคลนทั่วประเทศ  และมีนโยบายที่จะเกลี่ยสารวัตรป้องกันปราบปราม ให้เหลือโรงพักละ 1 คน แล้วเอา สวป. ที่มีวุฒิ นรต. หรือ นิติศาสตร์ โยกมาเป็นสารวัตรสอบสวน  มาดูที่มาที่ไปของปัญหาพนักงานสอบสวนกันก่อนครับ

ปัญหาขาดแคลนพนักงานสอบสวน
     งานสอบสวน ถือเป็นงานที่มีการร้องเรียนของประชาชนมากที่สุด  ส่วนหนึ่งเพราะปริมาณงานที่มากเกินมาตรฐาน 70 คดี / คน / ปี  นอกจากนี้ยังมีคดีจราจร และคดีมโนสาเร่อีกมากมาย  ทำให้ตัวพนักงานสอบสวนไม่อาจให้บริการประชาชนได้ดีอย่างที่คาดหวัง  หากมีการเพิ่มปริมาณให้เพียงพอ น่าจะทำให้การบริการประชาชนดีขึ้น ทั้งในด้านการอำนวยความยุติธรรม ความรวดเร็วต่าง ๆ
     ที่ผ่านมาในยุค คสช. ได้มีคำสั่งให้ "ยุบแท่ง" ของพนักงานสอบสวนทิ้งไป ไม่มีการสอบเลื่อนไหล การดำรงตำแหน่งสูงขึ้น กลับมาอยู่ใน "ดุลยพินิจ" ของผู้บังคับบัญชา  นั่นคือต้องวิ่งเต้นกันเหมือนสายงานอื่น  ทำให้พนักงานสอบสวนวิ่งหนีออกจากสายงานไปอยู่งาน ป. บ้าง สืบสวน บ้าง หรือจะให้ดีก็ไป ตม. บช.ก. ไปเลย
     ประกอบกับการไม่วางแผนกำหนดตำแหน่งในแต่ละระดับ ถึงเวลาก็เลื่อนไหลกันไปเรื่อย จนตอนนี้ระดับ สบ.4  มีเป็นร้อยคนที่ไม่ได้ทำหน้าที่พนักงานสอบสวน  ไปกองอยู่ที่ บช. เสียดายกำลังพล และเงินเดือนมาก  ที่จริงควรกำหนดให้ชัดแต่แรกว่าควรมี สบ.1 - 2 - 3 - 4 ในโรงพักละเท่าไหร่  ก็ให้เลื่อนไหลได้เท่าที่ตำแหน่งมี


แนวทางการแก้ปัญหาของ ตร.
     หลังจากยุบแท่ง กลับมาวิ่งเต้นโยกย้ายกัน 3 ปี ที่ผ่านมา  บอกเลยว่ามั่วมาก  เอาคนไม่เป็นงานสอบสวน หรือร้างรามานาน กลับไปอยู่งานสอบสวน(ไม่ได้เงินประจำตำแหน่งด้วย)  แล้วคนที่อยู่เดิมก็วิ่งออกมาแทน  สลับกันสนุกสนานตามใจผู้มีอำนาจ  บางแห่งไม่มีหัวหน้างาน ก็ไม่มีแม่งอย่างนั้นมา 3 ปี  ไม่รู้แต่งตั้งกันประสาอะไร   โยกย้ายกันจนพนักงานสอบสวนหายไปจากระบบจนเกิดปัญหา  ทีนี้เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองทำชิปหายอะไรไว้ ก็จะมาแก้สิครับ
     ตอนแรกก็เอาผู้ช่วยพนักงานสอบสวนที่มีวุฒินิติศาสตร์  ก็ยังไม่พอ  มาเอาขอความสมัครใจสายงานอื่นที่มีวุฒินิติศาสตร์อีก  ก็ไม่มีใครมา   ทีนี้ให้สำรวจว่าทุกระดับใครมีวุฒิที่สามารถเป็นพนักงานสอบสวนได้  และล่าสุดกับแนวทาง "เกลี่ย สวป." เป็นพนักงานสอบสวน  โดยลด สวป. ในโรงพักที่มีมากกว่า 1 คน เช่น เมืองใหญ่ ๆ ก็มีถึง 4 คน  ให้เหลือโรงพักละคนเท่ากันหมด   ความซวยเลยมาตกกับ สวป. ทั่วประเทศ  วิ่งกันฝุ่นตลบสิครับ
     กฎหมายระเบียบใหม่ ๆ ในยุค คสช. ออกมารัว ๆ  ถ้าร้างงานสอบสวนไปนาน  มีโอกาสที่จะผิดพลาดได้สูง  อีกทั้งการแต่งตั้งโดยไม่สมัครใจ(คราวนี้มี ม.44 ประกบ ฟ้องเยียวยาไม่ได้ด้วย)  อาจเป็นผลเสียต่องานในหน้าที่อีกด้วย  ถ้าคิดว่าทำได้ ลองสั่งนายเวรตัวเอง มาเป็น พงส. ดู




แล้วควรจะแก้อย่างไร
     - ตอนนี้มีการกำหนดตำแหน่งพนักงานสอบสวนในแต่ละสถานีตำรวจมาแล้ว ตั้งแต่ รอง ผกก.สอบสวน หัวหน้างาน , สารวัตรสอบสวน และ รองสารวัตรสอบสวน  ว่าควรจะมีสถานีละกี่คนตามปริมาณงาน  แต่ก็ยังมีบางแห่งที่งานน้อย แต่ได้พนักงานสอบสวนมากกว่าเดิม  บางแห่งงานมากก็ได้น้อยลง  น่าจะให้ บก. แต่ละแห่ง กำหนดกันเองตามกำลังพลที่มีก่อน แล้วขาดเท่าไหร่  ค่อยมาดูกัน  ไม่ใช่สั่งลงมาจากข้างบนโดยไม่รู้ความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่  เช่น โรงพักขนาดเล็ก มีคดีประมาณ 200 คดี/ปี เดิม มี หน.งานสอบสวน 1 คน มี พงส.อีก 3 คน(คละระดับ) ก็ถือว่าพอดีแล้ว  แต่ ตร. กำหนดมาใหม่ให้มี รอง ผกก.หน.งานสอบสวน 1 คน , มี สว.สอบสวน 1 คน และ มี รอง สว.สอบสวน อีก 3 คน  เท่ากับว่าได้กำไรเพิ่มมาอีก 1 คน โดยไม่จำเป็น  .... ไปถามพื้นที่ซะ อย่าคิดเอง เออเอง
     - ไปดู พงส. ที่ไปช่วยราชการตามสำนักงานต่าง ๆ ดีมั๊ย  น่าจะได้ พงส. กลับมาอีกมาก
     - พงส.หญิง อย่าเสร่อเอาไปไว้หน้าห้อง หรือทำงานอื่น  เกลี่ยให้มีทุก บก. จะให้เข้าเวรที่โรงพัก หรือประจำ บก. เพื่อทำหน้าที่สอบสวนคดีเกี่ยวกับเด็กและสตรีในพื้นที่ บก. นั้น ๆ ก็ได้
     - จบ นรต. ให้เป็น พงส. อย่างน้อย 4 - 5 ปี  ก่อนจะย้ายไปสายงานอื่น
     - แต่งตั้งทุกครั้ง ดูความสมดุลของแต่ละสายงาน  อย่าดูแต่ "ตั๋ว" เละเทะมาหลายปีแล้วสัส

     สุดท้ายความสำคัญของตำรวจอยู่ที่สถานีตำรวจ ที่เป็นด่านหน้าของการบริการประชาชน  เรียกได้ว่าเป็น "จุดแตกหัก"  แต่ที่ผ่านมาหลายปี  กำลังพลในสถานีตำรวจค่อย ๆ ร่อยหรอไปเรื่อย ๆ เพราะ สำนักงานตำรวจแห่งชาติสนใจแต่การตั้งหน่วยพิเศษต่าง ๆ  ดึงเอากำลังพลจากสถานีตำรวจไปเรื่อย ๆ ไม่เชื่อลองสำรวจดูก็ได้ว่าในภาพรวมเทียบกับเมื่อ 10 ปีก่อนกับปัจจุบัน  ตำรวจโรงพักหายไปเท่าไหร่  ไปอยู่ไหนบ้าง  เพราะกำลังพลเราก็อยู่แถวสองแสนต้น ๆ มานานแล้ว  ลองสำรวจดู

ปล. สารวัตรงานอื่นก็อย่าชะล่าใจนะครับ  ถ้าท่านมีคุณสมบัติพร้อม  ก็มีสิทธิลุ้นรางวัลเป็น พงส. โดยไม่สมัครใจได้ 555



ความคิดเห็น