เริ่มใช้แล้ว ระบบเพิกถอน-สอบใบขับขี่ใหม่ - ตำรวจไทย

Breaking

Post Top Ad

Post Top Ad

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2558

เริ่มใช้แล้ว ระบบเพิกถอน-สอบใบขับขี่ใหม่

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่เกี่ยวกับเงื่อนไขการขอใบอนุญาตขับรถใหม่ โดยระบุว่าผู้ที่เคยถูกเพิกถอนใบขับขี่นั้น ต้องเข้าสู่กระบวนการสอบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถสามล้อ รถจักรยานยนต์ จะได้ใบขับขี่แบบชั่วคราว นอกจากนี้ ต้องเข้าอบรมเสริมสร้างพฤติกรรมการขับขี่บนท้องถนนไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง โดยมีผลบังคับใช้ใน วันที่ 1 กันยายน 2558 นี้

รายละเอียดเงื่อนไขสอบใบขับขี่ใหม่ มีดังนี้

     โดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2557 อธิบดีกรมการขนส่งทางบกกําหนดเงื่อนไขในการพิจารณาการออกใบอนุญาตขับรถ สําหรับผู้ที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถไว้ ดังต่อไป

เงื่อนไข การสอบใบขับขี่ใหม่ กันยายน 2558 นี้

     ข้อ 1 การขอรับใบอนุญาตขับรถสําหรับผู้ที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ ซึ่งมิใช่จากเหตุขาดคุณสมบัติเรื่องอายุของผู้ขอใบอนุญาตขับรถ ต้องพ้นกําหนดสามปีไปแล้วนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ
     ข้อ 2 ผู้ที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถดังต่อไปนี้ หากประสงค์จะขอรับใบอนุญาตขับรถครั้งใหม่ ต้องเริ่มจากการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว หรือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว แล้วแต่กรณี เว้นแต่การขอรับใบอนุญาตขับรถบดถนน ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์ หรือใบอนุญาตขับรถชนิดอื่นตามมาตรา 43 (9) ให้ขอรับใบอนุญาตขับรถชนิดเดิมที่เคยถูกเพิกถอน

          (1) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว
          (2) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว
          (3) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว
          (4) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล
          (5) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล
          (6) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
          (7) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลตลอดชีพ
          (8) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลตลอดชีพ
          (9) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลตลอดชีพ
          (10) ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ
          (11) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ
          (12) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ

     ข้อ 3 การขอรับใบอนุญาตขับรถตามข้อ 2 ให้ยื่นคําขอต่อนายทะเบียนตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกําหนด ณ สํานักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือสํานักงานขนส่งจังหวัด แล้วแต่กรณีโดยผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถต้องเข้ารับการอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเสริมสร้างจิตสํานึกและปรับพฤติกรรมการขับรถ ณ ที่ทําการของนายทะเบียนที่ยื่นคําขอ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง

     ข้อ 4 การออกใบอนุญาตขับรถสําหรับผู้ที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ ให้ดําเนินการตามระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดําเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถและบัตรประจําตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจําตัวคนขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ด้วย

     ข้อ 5 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558
ธีระพงษ์ รอดประเสริฐ
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก






     ส่วนกรณีที่จะถูกเพิกถอนใบขับขี่นั้นมีหลายกรณีตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ดังนี้

     มาตรา ๔๓ ทวิ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษหรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ทั้งนี้ ตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

     มาตรา ๑๕๗/๑ ผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการที่ให้มีการตรวจสอบผู้ขับขี่ตามมาตรา ๔๓ ทวิ หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ตรวจการที่ให้มีการทดสอบผู้ขับขี่ตามมาตรา ๔๓ ตรี ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

     ผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ ทวิ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษสูงกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษหรือกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทอีกหนึ่งในสาม และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือนหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

     ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

     ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงหกปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสองหมื่นบาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าสองปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

     ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

**************************

     มาตรา ๑๓๔ ห้ามมิให้ผู้ใดแข่งรถในทาง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานจราจร

     มาตรา ๑๖๐ ทวิ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๓๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

**************************

     มาตรา ๔๓ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ
          (๒) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น

     มาตรา ๑๖๐ ตรี ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ (๒) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

     ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

     ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงหกปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสองหมื่นบาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าสองปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

     ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

**************************

     มาตรา ๑๖๑ ในกรณีที่ผู้ขับขี่ผู้ใดได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ผู้บังคับการตำรวจจราจรผู้บังคับการตำรวจทางหลวง หรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ดำรงตำแหน่ง ดังกล่าวมีอำนาจสั่งยึดใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดครั้งละไม่เกินหกสิบวัน

     ผู้สั่งยึดใบอนุญาตขับขี่ตามวรรคหนึ่งอาจบันทึกการยึดและคะแนนไว้ด้านหลังใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกยึด และดำเนินการอบรม ทดสอบผู้ขับขี่ที่กระทำผิดซ้ำตั้งแต่สองครั้งภายในหนึ่งปี รวมทั้งสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ที่เสียคะแนนมากของผู้ขับขี่นั้นมีกำหนดครั้งละไม่เกินเก้าสิบวัน

**************************

     มาตรา ๑๖๒ ในคดีที่ผู้ขับขี่ต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้นๆ นอกจากจะได้รับโทษสำหรับการกระทำดังกล่าวแล้ว ถ้าศาลเห็นว่าหากให้ผู้นั้นขับรถต่อไปอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ให้ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นได้

     ในกรณีที่ศาลเห็นว่า พฤติกรรมของผู้กระทำผิดตามวรรคหนึ่งยังอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขฟื้นฟูได้ศาลอาจมีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นและให้ผู้นั้นทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์ภายใต้เงื่อนไขและระยะเวลาที่ศาลกำหนด โดยให้อยู่ในความดูแลของพนักงานคุมประพฤติ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์การซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริการสังคมการกุศลสาธารณะ หรือสาธารณประโยชน์ที่ยินยอมรับดูแลด้วยก็ได้ และถ้าความปรากฏในภายหลังว่าผู้กระทำผิดดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ให้ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นตามวรรคหนึ่ง

     ผู้ใดขับขี่รถในระหว่างที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ตามคำสั่งของศาล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท

**************************

ปล. ดู พ.ร.บ.จราจรทางบก(คลิ๊ก) / ขอบคุณข้อมูลจากคุณ  Mahtus  จากลิงค์นี้ครับ  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Top Ad