ปัญหาหนี้สินตำรวจ ถ้า ผบ.ตร. ไม่ช่วย แย่แน่ ! - ตำรวจไทย

Breaking

Post Top Ad

Post Top Ad

วันอังคารที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ปัญหาหนี้สินตำรวจ ถ้า ผบ.ตร. ไม่ช่วย แย่แน่ !

ปัญหาหนี้สินข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย  ดูจะเป็นปัญหาที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ  หลายคนถูกสถาบันการเงินฟ้องร้องยึดทรัพย์สิน  หรือฟ้องให้ตกเป็นบุคคลล้มละลายไปเลยก็มี  เมื่อเป็นบุคคลล้มละลาย ก็สิ้นสภาพบุคคล และต้องออกจากราชการไป  มันไม่ใช่แค่เรื่องเฉพาะตัว  เพราะหนี้สินต่าง ๆ ก็มี "ผู้ค้ำประกัน" ซึ่งก็เป็นเพื่อนข้าราชการตำรวจด้วยกัน  ผู้ค้ำจะต้องร่วมรับผิดชอบหนี้สินนั้น ๆ  เรียกว่า ค้ำไขว้กันไป ไขว้กันมา  คนหนึ่งล้ม  ที่เหลือก็มีแนวโน้มจะล้มลงไปด้วยเช่นกัน

     ธนาคารต่าง ๆ ที่มาปล่อยกู้ให้กับข้าราชการตำรวจ ก็ได้แก่ ธนาคารออมสิน , ธนาคารกรุงไทย , ธนาคารอาคารสงเคราะห์  ซึ่งเมื่อเข้าต้องการลูกค้า ลูกหนี้  ผู้บริหารธนาคารเหล่านี้ก็ทำโครงการเข้าไปติดต่อกับ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในยุคก่อน ๆ  คล้าย ๆ ทำ MOU  , ให้หน่วยต่าง ๆ ประชาสัมพันธ์  ธนาคเหล่านี้ก็ให้วงเงินสูงถึง 1.5 - 2 ล้านบาท  มากกว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจในสมัยนั้น

     ข้าราชการชั้นผู้น้อยก็เป็นเหมือนกันทุกที่แหละครับ  มีให้กู้ตรงไหนก็เฮกันไปกู้  ไม่สามารถควบคุมการใช้จ่าย หรือนำเงินที่กู้มาไปสร้างประโยชน์ให้งอกเงยได้  เรียกได้ว่าไม่ค่อยมีวินัยทางการเงิน  ปัจจุบันหลาย ๆ คนมีหนี้สินกับสถาบันการเงินต่าง ๆ อย่างน้อย 2 - 3 แห่ง  อาทิ สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ , ธนาคารกรุงไทย , ธนาคารออมสิน , ธนาคารอาคารสงเคราะห์ , เช่าซื้อรถยนต์ , บัตรเครดิต , หนี้นอกระบบ ฯลฯ

     ขณะนี้มีพี่น้องข้าราชการตำรวจตกอยู่ในความเสี่ยงจะถูกฟ้องร้องบังคับคดี หรือฟ้องล้มละลาย จำนวนไม่น้อย  ดูจากเงินเดือนในหน่วย  มีอย่างน้อย 10 % ที่มีเงินเดือนเหลือไม่ถึง 2,000 บาท !!  คนเหล่านี้เหมือนระเบิดที่ไม่รู้ว่าจะระเบิดเมื่อไหร่  เมื่อระเบิดออกมาก็จะทำให้คนข้างเคียงต้องเดือดร้อนแน่ ๆ  อาจระเบิดต่อกันเป็นลูกโซ่  คิดแล้วก็น่ากลัวนะครับ

     ที่ผ่านมาธนาคารเหล่านี้ได้กำไรจากดอกเบี้ยไปไม่น้อยแล้ว  พอมีปัญหาก็ไม่ได้ช่วยเหลือลูกหนี้แต่อย่างใด  โดยใช้วิธีทางกฎหมายเพิ่มภาระให้ลูกหนี้เข้าไปอีก อาทิ

  • งดส่งเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ย เป็นเวลา 2-3 ปี พอพ้นระยะก็กลับมาจ่ายเหมือนเดิม บวกกับต้นที่ไม่ได้จ่ายในช่วงดังกล่าวเข้าไปด้วย  มันไม่ได้เป็นการช่วยเหลือ  เพราะธนาคารก็ยังคงได้กำไรจากดอกเบี้ยเท่าเดิม
  • คิดเงินสัพเพเหระบวกจนเกินเงินต้น เช่น ค่าฟ้องร้อง , ค่าทนาย , ค่าผิดนัด , ดอกเบี้ยผิดนัด ฯลฯ หน้าเลือดจริง ๆ  ดูจากส่วนต่างของเงินฝาก กับเงินกู้  แม่งจะเอากำไรไปถึงไหน  เอาเปรียบผู้บริโภค

     การฟ้องล้มละลาย  ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ กับทั้งเจ้าหนี้ และลูกหนี้  เพราะเจ้าหนี้ก็ไม่ได้เงินคืนแน่ ตำรวจจน ๆ อยู่แฟลต ไม่มีทรัพย์สินใดให้ยึด กลายเป็นหนี้เสีย  ส่วนตำรวจในฐานะลูกหนี้ก็ต้องออกจากราชการ  ไม่มีทางหาเงินส่งคืนธนาคารได้แน่ ๆ  สรุปเจ็บทั้งคู่  จะยังรั้นฟ้องร้องต่อไปทั้ง ๆ ที่ไม่เกิดประโยชน์เพื่อ ?

     ทางแก้ในกรณีนี้ระดับผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องเป็นผู้กู้ระเบิด ปลดล็อคให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา  โดยเข้าไปเจรจาหาทางออกกับธนาคารต่าง ๆ โดยเฉพาะ ธ.กรุงไทย และ ธ.ออมสิน  ขอให้เปิดโครงการพิเศษสำหรับข้าราชการตำรวจที่มีปัญหา โดยมีรายละเอียดอาทิ

  • ขอให้งด คิดดอกเบี้ย 5 ปี  โดยจะส่งชำระเงินต้นรายเดือนแบบหักบัญชี(ไม่ให้ตัวตำรวจลูกหนี้ นำเงินไปชำระเอง)  ทำแบบนี้จะลดเงินต้นไปลงได้มาก  เมื่อครบ 5 ปี  จะทำให้ดอกเบี้ยลดลงไปด้วย เมื่อกลับมาผ่อนชำระตามปกติ
  • เมื่อครบ 5 ปี  ขอให้คิดดอกเบี้ยในอัตราพิเศษ อาจเป็น 3 เท่า ของดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์
     โดยอีกทางเลือกหนึ่งขอให้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ เปิดวงเงินพิเศษ ให้รวมหนี้สินสถานบันการเงินอื่น มาไว้ที่สหกรณ์ฯ  โดยต้องดูความสามารถในการผ่อนชำระ และอายุราชการ ประกอบ  ทั้งนี้ต้องไม่ขัดต่อระเบียบ ข้อบังคับสหกรณ์ฯ แต่ละที่ด้วย



     เรื่องแบบนี้  ต้องขอความกรุณาท่าน พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผบ.ตร.  หรือผู้บริหารระดับ ตร.  ที่เห็นถึงปัญหาใหญ่ที่จะเกิดในอนาคตจากภาระหนี้สินล้นพ้นตัว   เพราะตอนธนาคารเขามาติดต่อ เขาก็เข้าคุยกับ ผบ.ตร. นี่แหละ    ถ้าจะให้หัวหน้าสถานีไปคุยกับผู้จัดการธนาคาสาขา ก็คงไม่มีประโยชน์ เพราะไม่มีอำนาจตัดสินใจ   ก็ต้องระดับ ผบ.ตร. นี่แหละครับ  ถึงจะผลักดันวาระอย่างนี้ให้เกิดขึ้นได้

ท่านไม่ทำ แล้วใครจะทำ ?

ปล. ควรบรรจุวิชาบริหารจัดการการเงิน ระดับบุคคล เข้าไปใน รร.นรต. และ ศฝร. ต่าง ๆ ด้วยนะครับ  เป็นการสร้างภูมิคุ้มกัน และวางแผนทางการเงินไม่ให้มีปัญหาในอนาคต

เครื่องหมายหลักสูตร... การกู้แบบพิเศษขั้นสูง

1 ความคิดเห็น:

Post Top Ad