บอกว่าขอกำลังสับเปลี่ยนในคราวเดียวกัน ไม่ฟังกันเลย - ตำรวจไทย

Breaking

Post Top Ad

Post Top Ad

วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2561

บอกว่าขอกำลังสับเปลี่ยนในคราวเดียวกัน ไม่ฟังกันเลย


ผ่านกันไปแล้วนะครับ สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 2560 ทั้งระดับชั้นสัญญาบัตร และชั้นประทวน  ปัญหาที่ตามมาหลังการแต่งตั้งนั่นคือปัญหาด้านกำลังพลที่ เข้า และ ออก ไม่สมดุลกัน  โดยปกติการขอย้ายจะต้องทำเรื่องผ่านงานกำลังพล ให้กับหัวหน้าสถานีตำรวจลงนามรับรอง

     ซึ่งตอนนี้หัวหน้าสถานีตำรวจก็จะให้ความเห็นว่าติดหลักเกณฑ์ใด ๆ ในการย้ายหรือไม่  และมีตัวเลือกในการพิจารณา 3 ทางคือ

  • ไม่ข้ดข้อง
  • ไม่ขัดข้อง แต่ขอกำลังสับเปลี่ยนในคราวเดียวกัน
  • ไม่ขัดข้อง แต่ขอกำลังสับเปลี่ยนในคราวถัดไป

     โดยปกติทางกองบังคับการ และกองบัญชาการ ก็จะฟังความเห็นของหัวหน้าสถานีประกอบ  ในกรณีที่ขอกำลังสัปเปลี่ยนในคราวเดียวกัน หากมีกำลังพลประสงค์จะย้ายออก  ส่วนมากก็จะต้องมีตัวสับเปลี่ยนให้  เพื่อไม่ให้เดือดร้อนกับหน่วยต้นสังกัด  เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าแต่ละสถานีตำรวจ "ขาดแคลน" กำลังพลขนาดไหน  ที่มีอยู่ตอนนี้นั้น ก็น้อยจนแบกภาระงานกันเกินขนาดอยู่แล้ว

     แต่ในปีนี้การแต่งตั้งระดับรองสารวัตร - ชั้นประทวน ไปอยู่ในมือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ทำให้ไม่มีการคำนึงถึงการเกลี่ยกำลังพลให้เหมาะสมกับภาระงาน  ใครวิ่งเต้นได้ ก็ได้ไปอยู่ที่ชอบ ๆ  ทำให้เห็นได้ชัดเจนหลังการแต่งตั้งว่าโรงพักส่วนใหญ่ประสบภาวะ "ขาดทุน" ในด้านกำลังพล  คือมีคนย้ายออกมากกว่าย้ายเข้า

     แล้วมันส่งผลกระทบอย่างไรต่อการบริการประชาชน ? อันนี้ถ้ามีสมองคิดก็จะรู้ว่า จะปล่อยให้โรงพักอยู่ในสภาพขาดแคลนกว่าที่เป็นอยู่ที่ไม่ได้  ยิ่งกำลังพลน้อย  ตำรวจที่จะออกตรวจก็ยิ่งน้อย  เพราะแน่นอนว่าต้องเน้นการธุรการประจำเป็นหลัก(เจ้านายเอาเป็นเอาตายกับงานธุรการเหลือเกิน)  พอสายตรวจน้อย ก็จะกระทบต่อระบบ 191  ที่จะไปไม่ทันกรอบเวลาที่กำหนด  เคยนึกกันบ้างหรือไม่  รึเอาแต่เด็กกูลงตามที่วิ่งเต้นก็พอ  ปัญหาอื่นช่างแม่ง  พื้นที่ไปแก้กันเอง  พลาดมามีโทษ

     นอกจากนี้หลังการแต่งตั้ง ยังมีหนังสือตามมาให้เกลี่ยพนักงานสอบสวนในแต่ละสถานีตำรวจ ให้มีค่าเฉลี่ยคดีต่อคนที่ 70 คดี/ปี  ต้องมีพนักงานสอบสวนอย่างน้อย 3 คน ฯลฯ   คือ เอ็งไม่ทำตอนแต่งตั้งวะ  หลังแต่งตั้งจะให้เกลี่ย   คือถ้าเกลี่ยในจังหวัด อำเภอใกล้ ๆ ไม่ไกลภูมิลำเนา อันนี้ก็รับกันได้อยู่แล้ว เฮ้อ

     อีกเรื่องคือ การถามภูมิลำเนาก่อนแต่งตั้ง  มึงจะถามเพื่อ ?  ไม่ได้เอามาใช้บ้าบออะไรเลย บางคนโดนย้ายไปไกลบ้านว่าเดิมอีก

     บอกเลย ถ้าผู้มีอำนาจยังทำกันแบบนี้  ปัญหาตำรวจเรียกรับส่วยไม่มีทางหมดแน่  ตราบใดที่การย้าย การแต่งตั้ง ต้องวิ่งเต้น  ไม่มีระบบคุณธรรม หรือหลักเกณฑ์ที่ดี  ไม่มีนาย ไม่มีเงิน ไม่มีตั๋ว อย่าได้หวังถึงการปฏิรูปตำรวจใด ๆ



ตำรวจบ้านนอก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Top Ad