ย้ายข้ามภาคโดยไม่ได้ร้องขอ ... พอทีได้ไหม ? - ตำรวจไทย

Breaking

Post Top Ad

Post Top Ad

วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2561

ย้ายข้ามภาคโดยไม่ได้ร้องขอ ... พอทีได้ไหม ?


เป็นปัญหาในทุก ๆ ปีของการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี ตั้งแต่ รองสารวัตร - รอง ผบก.  ที่จะต้องมีการ "ถีบ" ออกนอกหน่วย  เบาหน่อยก็อยู่ในจังหวัด หนักหน่อยก็ย้ายข้ามจังหวัด  สาหัสที่สุดคือย้ายข้ามกองบัญชาการ   อันเนื่องมาจาก ณ จุด ๆ เดิมที่อยู่นั้น มี "ตั๋ว" มาลงเสียแล้ว  คณะผู้จัดทำคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย ก็ต้องเอาตั๋วลงยังที่หมายก่อน  คนเดิมก็อยู่ในสภาวะลอย

     เมื่อวางตั๋วทุกใบเรียบร้อย  คณะผู้จัดทำก็จะวางคนที่ลอยลงหลุมต่าง ๆ ที่ยังเหลืออยู่  โดยแทบไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสมใด ๆ  เพราะงานหลักคือวางตั๋วให้ครบได้ทำเสร็จสิ้นไปแล้ว  ไอ้พวกที่ลอย คือพวกที่ไม่มีตั๋ว ไม่มีนาย และไม่ได้วิ่งเต้น   ดังนั้นจะยัดลงตรงไหนก็ยัด ๆ ไปให้มันครบ  แล้วก็ออกเป็นคำสั่ง  จบ

     ก่อนหน้านี้ ได้มีการสำรวจภูมิลำเนา ข้าราชการตำรวจทุกนาย  โดยอ้างว่าจะนำไปใช้ในการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี  กรณีขอกลับภูมิลำเนา หรือ จะไม่ย้ายไปไกลภูมิลำเนา  แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่  ไม่ได้มีการนำภูมิลำเนามาประกอบการแต่งตั้งโยกย้ายแต่อย่างใด  แล้วมึงจะสำรวจภูมิลำเนาไปทำหอกอะไร !! (จริง ๆ ข้อมูลแม่งก็อยู่ใน ก.พ.7 อยู่แล้ว แต่เป็นเอกสาร  ไม่ได้อยู่ในรูปข้อมูลดิจิตอล)

     การย้ายที่ทำให้ห่างไกลภูมิลำเนา ครอบครัว  มันทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย อาทิ

  • การดูแลครอบครัว  จากปกติที่ได้ดูแลกันในช่วงเย็น ถึงเช้าแล้วไปทำงาน ทั้ง บุพการี คู่สมรส บุตร  กลายเป็นว่าขาดคนสำคัญของครอบครัวไป  ยิ่งถ้าเป็นผู้ชายคนเดียวในบ้าน  คิดดูสิครับว่าจะเดือดร้อนแค่ไหน  แล้วถ้าคนที่ไม่มีบ้าน ต้องอยู่ในแฟลตตำรวจ  เมื่อย้ายก็ต้องออกจากแฟลต  ปัญหาที่เรียนลูกอีก  จะย้ายตามก็ไม่ง่าย  ฯลฯ 
  • การเดินทาง  ที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น เผาผลาญพลังงาน ใช้เวลาในการเดินทางมากขึ้น ฯลฯ  เป็นผลเสียต่อสถานะทางการเงินของครอบครัว  และต้องนำเข้าน้ำมัน  ไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม  แทนที่จะเอาเงินส่วนนี้ไปออม หรือใช้จ่ายอื่น ๆ ตามความจำเป็น
  • ประสิทธิภาพในการทำงาน  เมื่อถูกย้ายแบบนี้  คนทำงานย่อมหมดใจในการทำงาน ไม่มีขวัญกำลังใจ   คงไม่สามารถทำได้ให้ดีได้เหมือนเดิม   ทำงานไปวัน ๆ ช่างแม่ง  เพราะติดล็อค 2 ปี ย้ายกลับปีหน้าก็ไม่ได้  มึงจะย้ายก็ไปไหนก็ไม่ได้  สุดท้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประชาชนจะได้รับความเสียหายไปด้วย  เพราะใครล่ะ ... คิดสิคิด




     ยิ่งแต่งตั้ง ยิ่งสร้างปัญหา  สมควรต้องออกกฎให้ชัดเจนในการแต่งตั้งโยกย้าย  ไม่ใช่เอาตาม "ความเหมาะสม"  หรือ ความถูกใจ ของผู้มีอำนาจเท่านั้น  ต้องไม่สามารถย้ายห่างจากภูมิลำเนาเกินกว่า 100 กม.  หรือย้ายข้ามจังหวัด ข้ามภาคโดยไม่ได้ร้องขอ  แม้ในกรณีมีความผิด ก็ต้องย้ายแก้ปัญหาภายในจังหวัดหรือไม่เกิน 100 กม. จากภูมิลำเนา เท่านั้น  หากผิดจากนี้ สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ทำคำสั่งได้ตั้งแต่คนลงนาม จนถึงระดับเจ้าหน้าที่กำลังพลที่อยู่ในคณะทำงาน   และต้องเยียวยาย้ายกลับโดยเร็ว(ถ้าช้า ค่าเสียหาย ก็ต้องเพิ่มขึ้นตามค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน)

     กฎนี้ให้ยกเว้นสำหรับระดับ ผบก. ขึ้นไป  เพราะอยากเป็นนายพล ก็ต้องทำใจ  แต่ถ้าได้เป็นนายพล ก็ไม่มีข้อเดือดร้อนข้างต้นอยู่แล้ว   แต่จะมี ผู้มีอำนาจคนไหน กล้าทุบหม้อข้าวตัวเอง ทำลายวงจรจัญไร นี้ได้   มองไปยังตำแหน่งพลตำรวจเอก ที่มีอยู่ตอนนี้แล้วหมดหวังจริง ๆ (กฎ ก.ตร. ยังยกเว้นได้ตลอด)

     ตอนเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย มีอุดมการณ์ มีความเข้าใจตำรวจชั้นผู้น้อยด้วยกัน  พอเป็นใหญ่แล้วก็ไม่เหมือนเดิม   อำนาจมันทำให้คนเปลี่ยนได้จริง ๆ

1 ความคิดเห็น:

  1. แค่คิดว่าต่อไปต้อง...ก็รู้แล้วว่าชีวิตผมคงลำบากแน่ จาก รอง สว.กก.สส.ฯ ไปอีกจังหวัดหหนึ่ง แถมด้วยเปลี่ยนเป็น รอง สว.ธร.ฯ ประสบการณ์งานสืบสวนตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ การอบรมเพิ่มเติมความรู้ทั้งทางเทคนิคหรือทางกฎหมายที่เน้นเพื่อใช้ในงานสืบสวน ทั้งจากงบประมาณส่วนตัว ทั้งจากงบประมาณของหลวง จะใช้ทำอะไรต่อไป ในภาวะที่สภาพจิตใจท้อถอย หมดกำลังใจ ณ เวลานี้
    ให้ผมไปเป็น รอง สวป.ฯ โรงพักเล็ก ๆ ในจังหวัด หรือถ้าในจังหวัดไม่มี ก็ขอจังหวัดใกล้เคียงก็ยังพอทน ยอมปฏิบัติหน้าที่รอ เพื่อขอย้ายกลับในคราวถัดไปได้อยู่ครับ แต่ตอนนี้ รันทดกับชะตาชีวิตตัวเองจริง ๆ "ผมแย่กว่าคนอื่น ๆ มากขนาดนี้เลยหรือครับ"

    ตอบลบ

Post Top Ad