ความเครียดของตำรวจ - ตำรวจไทย

Breaking

Post Top Ad

Post Top Ad

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ความเครียดของตำรวจ

มาดูบทความของเพื่อนตำรวจ ที่ส่งมาให้อ่านกันทาง LINE ดูบ้างครับ  เขียนสะท้อนความรู้สึก ความเป็นจริง ของสิ่งที่ตำรวจโรงพักจะต้องเจอได้ดี  ลองอ่านกันดูครับ

อยากรู้สาเหตุว่าทำไมตำรวจเครียดมาก ก็ลองทำวิจัยให้ตอบแบบสอบถาม(โดยใช้คนนอกทำ)ก็จะรู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร ถ้าถามผมๆก็จะตอบ ดังนี้
   1. เครียดเพราะงาน
       งานของตำรวจทุกวันนี้ มากมายหลากหลายเหลือเกิน ไปทำแทนเขาทุกเรื่องยกตัวอย่างเช่น
     - ป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่า ก็ไปทำแทนเขา (ทั้งที่เขามีกระทรวงอยู่แล้ว)
       - เด็ก สตรี ค้ามนุษย์ ก็ไปทำแทนเขา (มีกระทรวงอยู่แล้ว)
       - ป้องกัน บำบัดรักษา ยาเสพติด ก็ไปแย่งเขาทำ (มีฝ่ายปกครอง สาธารณสุข โรงเรียน ล้วนมีกระทรวงทั้งนั้น)ทั้งที่การปราบปรามก็แทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว
     - การป้องกันอุบัติเหตุ (ด้านวิศวะกรรมจราจร เครื่องหมาย ป้าย สัณญาณต่างๆ มีแขวง เทศบาล รับผิดชอบอยู่แล้ว) แต่เวลาเกิดอุบัติเหตุตำรวจรีบไปออกรับผิดชอบแก้ไข โดยที่หน่วยงานเหล่านั้นเฉยเสีย แม้แต่การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ก็ไ่รับงานเขามาทำหมด (แต่ไม่มีงบให้)
    ทีบอกมานี้เป็นเพียงตัวอย่างที่จริงยังมีอีกหลายงานที่ไปแสดงตัวรับงานเขามาทำเช่นสถานบริการ บ่อนการพนัน ร้านเกม ล้วนแต่มีหน่วยรับผิดชอบทั้งนั้น แต่เวลามีการจับกุมผู้บังคับบัญชาก็จะรีบลงโทษตำรวจท้องที่ ทั้งที่แต่ละหน่วยต่างก็ทำหน้าที่ของตน แต่เวลาตำรวจท้องที่จับมั่ง หน่วยงานที่รับผิดชอบเขาก็เฉยๆ ปัจจุบันเพื่่อให้การรับงานคนอื่นมาทำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นก็มีการตั้งเป็น ศปก. (คนละ ศปก.ที่เอาไว้สั่งเก็บตำรวจที่บกพร่องนะ)มีผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. ระดับภาค และระดับจังหวัด แบ่งกันรับผิดชอบจากนั้นก็เกิดมหกรรมแข่งกันทำงานของท่านรองทั้งหลาย แข่งกันสั่งงาน แข่งกันระดมกวาดล้าง แข่งกันกำชับการปฎิบัติ ทั้งรายงานทุกวัน ทุก 15 วัน ทุกเดือน (แถมถ้ามีเหตุให้รายงานด่วนอีกต่างหาก ต้องการรู้ทุกเรื่องก่อนนักข่าว ถ้ารายงานช้าท้องที่โดนอีก) ที่สำคัญขยันประชุมมากแต่ละท่านก็จะเรียกประชุมงานใครงานมัน บางวันประชุม 3-4 ครั้ง ยิ่งปัจจุบันมีระบบประชุมทางไกลคอนเฟอเรนท์ยิ่งสะดวกประชุมทุกวันเลย แต่ขอโทษครับบรรดางานที่ท่านทั้งหลายรุมกันสั่งนั้น ผู้ปฎิบัติคือตำรวจกลุ่มเดียวคือตำรวจโรงพักครับ ทำมันทุกอย่างทุกศูนย์เพื่อสนองนโยบายท่าน ถ้าเป็นระดับสัญญาบัตรจะกลับบ้านก็ต้องแอบกลับเพราะถ้าท่านมาตรวจหรือเรียกประชุมทางไกลด่วนแล้วไม่เจอโดนอีก ไปบ้านหาลูกเมียบ้างก็อยู่ไม่เ่ป็นสุขพะวักพะวงเป็นห่วงโรงพัก และอาจถูกติดตามทางไลน์อีกเครียดไหมครับท่าน 
      นอกจากนั้นยังต้องทำงานให้รองรับนโยบายของอำเภอ จังหวัดอีกครับประชุมทุกระดับ ตำรวจเข้าร่วมทั้งนั้น เครียดไหมครับท่าน
    2. เครียดเรื่องเงิน
         งานที่ผมกล่าวข้างต้นนั้น คืองานจริงๆครับแต่เงินไม่มีให้ครับ ให้หาเอาเอง วัสดุอุปกรณ์ต้องรู้จักไปขอจากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงเอกชน(ทั้งสีเทาสีขาว)โดยเฉพาะองค์กรท้องถิ่นต้องบากหน้าไปอ้อนวอนกราบกรานขอความช่วยเหลือจากเขา ถ้าทำไม่ได้ก็โดนเพ่งเล็งว่าไม่มีความสามารถอีก เครียดไหมครับท่าน
    เงินเดือนตอบแทนก็น้อยกว่าหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมด้วยกัน ทั้งที่ตำรวจถือเป็นต้นธารของกระบวนการยุติธรรมถ้าไม่มีตำรวจก็ไม่มีคดีไ่ปสู่กระบวนการยุติธรรมอื่น เอาเงินเดือนไปผูกติดกับระบบข้าราชการพลเรือนปกติ ยกตัวอย่างครูสอนนักเรียนเขายังเป็นซี 7 ซี 8 เทียบกับตำรวจเท่ากับพันตำรวจโท คือสารวัตร-รองผู้กำกับ ซึ่งภารกิจหน้าที่มากมายมหาศาล ผู้กำกับเทียบซีแล้วน้อยกว่าผอ.โรงเรียนประถมศึกษาอีก แล้วระดับชั้นประทวนซึ่งก็คือมือทำงานนั้นเทียบแล้วต่ำกว่าซี 3 อีก แล้วจะเหลืออะไรครับ ให้เงินเดือนสำหรับตัวคนเดียวไม่เผื่อให้เลี้ยงลูกเมียด้วยเลย ที่สำคัญอุปกรณ์เครื่องมือทำงาน (ปืน วิทยุ กุญแจมือฯลฯ)ต้องซื้อเองหมดเลยเครียดไหมครับ
    3. เครียดเพราะเรื่องส่วนตัว เช่น เป็นหนี้เป็นสินล้นพ้น (อาจมาจากปัญหาเรื่องเงินไม่พอตามข้อ 2) น้อยใจในชะตาชีวิตตนเอง น้อยใจญาติพี่น้องลูกเมีย หรือปัญหาอื่นๆ โรคภัยไข้เจ็บที่รุมเร้าเข้ามา โดยไม่มีใครให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ แนะนำ ก็เหลือทางเดียวคือตายๆไปซะ
    ซึ่งปัญหาข้างต้นทั้ง 3 เรื่องล้วนเกี่ยวพันกันทั้งสิ้น และไม่ใช่พันกันแบบธรรมดา แต่มันพันกันจนกลายเป็นเรื่องปกติที่ไม่มีใครมองเห็นหรือพยายามเข้าใจ และคิดจะแก้ปัญหาให้ เพราะทุกอย่างโยนมาให้ตำรวจรับดีกว่า เพราะตำรวจทุกระดับไม่เคยมีปากมีเสียง ไม่เคยต่อรองว่าให้งานมาต้องให้เงินด้วยนะ เพราะตำรวจเองยังคิดว่าภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ไม่มีอะไรที่ตำรวจทำไม่ได้ และที่สำคัญตำรวจเองพอก้าวขึ้นไปสู่ระดับสูงมักจะขยันและคิด มโนเก่งขึ้น (อาจหมายถึงการกลัวความผิดพลาด หรือต้องการสนองตอบสังคม การเมือง ตำแหน่ง) จึงเกิดวัฒนธรรมงานโชว์ แข่งกันทำงาน โดยไม่คิดถึงขีดจำกัดของลูกน้องเลย และลูกน้องเองก็ถูกจำกัดด้วยวัฒนธรรรมองค์กรที่ว่า ห้ามเถียง เสนอแนะเรียกว่าเรื่องมาก มีหน้าที่ทำก็ทำไป    เมื่อองค์กรเราเป็นแบบนี้ มันน่าเครียดไหมครับท่าน
  หมายเหตุ. ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นครับ มันยังมีเรื่องเครียดของตำรวจอีกเยอะครับ




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Top Ad