Stop Walk & Talk โครงการดี ๆ ของตำรวจภูธรภาค 6

ตำรวจภูธรภาค 6 โดย พล.ต.ท.รุ่งโรจน์  แสงคร้าม ผบช.ภ.6  ได้นำเอาโครงการ "Stop Walk & Talk" มาดำเนินการใช้อย่างจริงจังในทุกสถานีตำรวจในเขตพื้นที่ ภ.6  เพื่อให้ตำรวจได้เข้าถึงประชาชนได้มากยิ่งขึ้น  สร้างความสัมพันธ์อันดีกับประชาชน  และสามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง

     โครงการ Stop Walk & Talk นี้หมายถึง  การให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจต่าง ๆ หยุดพูดคุยกับประชาชน เพื่อถามปัญหาและความต้องการที่จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการในเรื่องใด ๆ   ไม่ใช่เพียงแค่ขับรถตรวจผ่านไปเรื่อย ๆ เท่านั้น  โดยลักษณะการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีสมุดพกไว้จดชื่อ และเบอร์โทร ของประชาชนที่ได้พูดคุย  จากนั้นก็ถ่ายรูปคู่กับประชาชนดังกล่าวส่งในห้องไลน์ของ ภ.6 เพื่อจัดทำสถิติ  จากนั้น ภ.6 จะทำการสุ่มสำรวจความพึงพอใจจากเบอร์โทรที่ได้  รับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่  ตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจริงหรือไม่ กิริยาวาจาสุภาพหรือไม่  จากนั้นทำเป็นสถิติประจำเดือนของแต่ละจังหวัด





     ทราบมาว่าจากการสำรวจจากเบอร์โทรที่ได้นั้น  ประชาชนมีความพึงพอใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาเยี่ยมเยียนมากถึง 90 % ขึ้นไป  และมีฐานข้อมูลประชาชนหลายแสนคน  ผมว่าการที่ตำรวจได้หยุดคุยกับประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจกันมากขึ้น  ยิ่งถ้าสายตรวจมีท่าทีสุภาพ พูดจาดี ยิ่งเป็นภาพบวกให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เป็นอย่างดี  ภ.จว. หรือ บช. ใดสนใจก็นำไปใช้ได้นะครับ ท่านรุ่งโรจน์ฯ คงไม่สงวนลิขสิทธิ์หรอก

     โครงการนี้ พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ฯ ผบช.ภ.6 ได้มอบให้กับทุกสถานีตำรวจนำไปปฏิบัติตั้งแต่มารับตำแหน่งเมื่อปลายปี 57 ถือเป็นโครงการที่ไม่ต้องมีการใช้งบประมาณเพิ่มเติมแต่อย่างใด  เพราะตำรวจก็ออกตรวจเป็นปกติอยู่แล้ว  สมาร์ทโฟนก็มีกันเกือบทุกคน  ถือเป็นโครงการที่ฉลาดและคุ้มค่ามาก ๆ เพราะได้ผลตอบรับที่ดีเยี่ยม  ลงทุนเพิ่มแค่สมุดพกเล่มเล็ก ๆ  เท่านั้นเอง(ซึ่งมันเหลือเชื่อมาก ปกติเจ้านายจะคิดโครงการที่สร้างภาระให้กับผู้ปฏิบัติ  โครงการหรือกิจกรรมที่ต้องมีงบประมาณ แต่ให้หน่วยปฏิบัติไปหาเอาเอง)

     สำหรับมิวสิควีดีโอ Stop Walk & Talk นี้  เป็นของตำรวจภูธรจังหวัดตาก  ทำออกมาได้น่ารักดี ไปชมกันครับ




บทความที่เกี่ยวข้อง มองตำรวจเพียงแค่คนเดินดิน : โลกตำรวจ ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข

               นานๆ จะเห็นผู้นำหน่วยของตำรวจพูดน้อยแต่ต่อยหนัก หมายความว่า ไม่ช่างจำนรรจาผ่านสื่อมวลชน แต่เน้นที่การลงมือทำงานอย่างจริงจังเป็นรูปธรรมเคียงคู่กับลูกน้อง ชนิดที่กล้าพูดว่า นายตำรวจที่อยู่แวดล้อมล้วนแล้วแต่มีฝีมือขั้นเทพ

               ขอปรบมือดังๆ ให้แก่ พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 กับความพยายามทุ่มเทในการพัฒนาประสิทธิภาพงานตำรวจทั่วทั้งกองบัญชาการ โดยมีกองบังคับการและสถานีตำรวจต่างๆ ในสังกัดเป็นลูกทีม ทำให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 มีผลงานที่โดดเด่นขึ้นมายืนอย่างสง่างามในระดับแถวหน้าของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

               เสียงตอบรับจากไพร่พลตำรวจที่แสดงความชื่นชมศรัทธานายใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกที่ว่า นายมีใจให้แก่ลูกน้องและมีการบัญชาการในลักษณะติดดิน พูดจริงทำจริง ไม่กดขี่ขูดรีดลูกน้องนั้น นับได้ว่าเป็น "การเรียกขวัญ” ที่ดีสำหรับเหล่าบรรดาไพร่พลตำรวจภูธรภาค 6 และแน่นอนอย่างยิ่งว่า ผลลัพธ์ของการมีขวัญและกำลังใจที่ดีนี้ย่อมส่งผลต่อความตั้งใจที่จะทำงานตามที่นายบัญชาการอย่างสุดฝีมือ เต็มที่และเต็มใจ

               เมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาชนย่อมได้รับประโยชน์ในที่สุด

               “Stop Walk  And Talk” เป็นนโยบายที่มีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการปฏิบัติงานเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และหากตำรวจใช้วิธีการเดินและให้เวลาที่จะพูดคุยซักถามเรื่องราวต่างๆ แก่ชาวบ้านอย่างตั้งอกตั้งใจแท้จริงแล้วนั้น ย่อมเชื่อมั่นได้ว่า ความรู้สึกดีๆ ที่ประชาชนมีต่อตำรวจย่อมบังเกิดผลดีได้ในที่สุด ความร่วมมือร่วมใจในการลดอาชญากรรมร่วมกันย่อมประสบความสำเร็จโดยที่ตำรวจจะไม่ยืนอยู่อย่างเดียวดายเพียงลำพังเหมือนในอดีตที่ผ่านมา อีกต่อไป

               ขอเพียง พูดจริง ลงมือทำจริง อย่าเพียงแค่ คิดโครงการ และประชาสัมพันธ์เหมือนอย่างตำรวจหลายนายที่นิยมทำกันเท่านั้น

               การหยุดเพื่อเฝ้ามองอย่างถี่ถ้วน (stop) การเดินเข้าหาประชาชนอย่างใกล้ชิดและทั่วถึง (walk) และพูดคุยกับชาวบ้านสร้างความสนิทสนมความไว้วางใจ (talk) พร้อมกับการซักถามปัญหา ความทุกข์ ความเดือดร้อน ความหวาดกลัว แค่นี้ก็สามารถสร้างความอุ่นใจและความรู้สึกดีๆ ได้แล้ว

               นอกจากนั้นยังได้ข้อมูลในระดับพื้นที่ที่มีความละเอียดลุ่มลึกจากการใกล้ชิดชาวบ้าน ยิ่งทำให้ตำรวจสามารถป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมได้อย่างรวดเร็ว ตรงจุด ตรงสาเหตุ และที่สำคัญคือ ตรงใจ

               ได้ทั้งผลงาน และได้ทั้งใจของชาวบ้าน

               อย่างนี้จึงอาจนับได้ว่า การสร้างระบบบริหารจัดการทีมโดยมีผู้นำระดับกองบัญชาการที่ดี และนำไปสู่การมีนโยบาย มาตรการและการกำกับการงานตำรวจที่มีประสิทธิภาพ กอปรกับการร่วมแรงร่วมใจ ร่วมทุกข์ร่วมสุข ในลักษณะก้าวเดินแบบติดดินด้วยกันของทีมตำรวจภูธรภาค 6 นี้ จึงนับได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของวิธีการทำงานของตำรวจไทยที่น่าสนใจและควรแก่การนำไปเป็นแบบอย่าง

               ขอเพียงแค่ตำรวจติดดิน กินข้าวแกง พูดคุยกับชาวบ้านอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน แค่นั้น คงไม่ยากเกินไป เชื่อเถอะว่า จะมีความสุขใจมากกว่าอยู่ใกล้คนมีอำนาจมากนัก หากไม่ยึดติดเพียง ลาภ ยศ สรรเสริญ ซึ่งในที่สุดย่อมเสื่อมไป

               อย่างน้อยก็รู้ได้ถึง คุณค่าของความเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ได้ทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นบ้าง !!!!

ตามไปอ่านเต็ม ๆ ได้ที่ http://www.komchadluek.net/detail/20150715/209776.html ครับ

ความคิดเห็น

  1. ระบบล่มตั้งแต่9 ส.ค.62มานานแล้วครับท่านส่งงานป้อนงานไม่ได้เลยครับ

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น