เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 60 นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ โฆษกคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) แถลงถึงมติของที่ประชุมชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธานฯ เห็นชอบข้อเสนอของคณะอนุกรรมการด้านหน้าที่ อำนาจและภารกิจตำรวจ ที่มีนายมนุชญ์ วัฒนโกเมร เป็นประธานอนุฯ ต่อการโอนภารกิจของสำนักงานตำรวจ ใน 11 ด้าน ไปให้หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรง ทั้งนี้แบ่งการโอนภารกิจดังกล่าวเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่ม 1 ให้โอนภารกิจให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี ประกอบด้วย
1.ภารกิจด้านการจราจร เฉพาะภารกิจอำนวยความสะดวกด้านการจราจร , กวดขันวินัยจราจร และบังคับใช้กฎหมายจราจร ไปให้ กทม., เทศบาลนครต่าง ๆ และเมืองพัทยา
2.ภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและสรรพสามิต ส่วนงานสืบสวน การขออนุมัติศาลตรวจค้น จับกุม สอบสวนคดีอาญาในคดีความผิดว่าด้วยศุลกากร และสรรพสามิต ไปให้กรมศุลกากร และ กรมสรรพสามิต
3.ภารกิจป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนการสืบสวน ขออนุมัติศาลตรวจค้น การจับกุม การสอบสวนคดีอาญาคดีเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้, กรมอุทยานแห่งชาติ และกรมทรัพยากรทาทะเล ให้กับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
4.ภารกิจป้องกันปราบกรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค เกี่ยวกับการสืบสวน ตรวจค้น จับกุม สอบสวน การคุ้มครองผู้บริโภค ด้านยาและอาหาร ให่กับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงอุตสาหกรรม
4.ภารกิจป้องกันปราบกรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค เกี่ยวกับการสืบสวน ตรวจค้น จับกุม สอบสวน การคุ้มครองผู้บริโภค ด้านยาและอาหาร ให่กับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงอุตสาหกรรม
กลุ่ม 2 ให้โอนภารกิจให้แล้วเสร็จไม่เกิน 5 ปี ประกอบด้วย
1.ภารกิจป้องกันและปรามปรามการกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวง ขนส่ง และรถยนต์ที่อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจทางหลวง เฉพาะงานสืบสวน ขออนุมัติศาลตรวจค้น จับกุม ให้กับกระทรวงคมนาคม
2.งานป้องกันและปรามการการกระทำผิดอาญาทางน้ำ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจน้ำ ไปให้กรมเจ้าเท่า กระทรวงคมนาคม
กลุ่ม 3 ภารกิจที่สมควรโอนอย่างมีขั้นตอน ประกอบด้วย
1.งานป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิ์ ให้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา
2.ภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว หรือ ตำรวจท่องเที่ยว ใหกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
กลุ่ม 4 ภารกิจที่หน่วยงานต้องทำร่วมกับตำรวจ อาทิ ตำรวจรถไฟ ซึ่งเป็นงานด้านการรักษาความปลอดภัยบนขบวนรถไฟ และ ด้านการปราบปรามการกระทำผิดทางเทคโนโลยี ให้กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)
กลุ่ม 5 คือ ภารกิจด้านการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งกำหนดให้ คณะอนุกรรมการฯ หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
โดยนายสมคิดฯ ได้กล่าวอีกว่า "ภารกิจโอนงานของตำรวจดังกล่าว ได้กำหนดให้หน่วยงานใหม่ที่ต้องรับผิดชอบ จัดทำแผนเสนอให้คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ภายในวันที่1ก.พ. นี้ และเมื่อเสนอแผนสู่รัฐบาล ในช่วงเดือนมีนาคม2561แล้วจะเริ่มมีการตรากฎหมายหรือแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน และเมื่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีผลบังคับใช้จะถือให้เป็นวันเริ่มนับระยะเวลาทำงาน ส่วนแนวทางดังกล่าวเป็นประเด็นที่หน่วยงานต้องปฏิบัติหากรับแล้วไม่ปฏิรูปหรือเกี่ยงการทำงาน จะถือว่ามีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา157"
ถ้าเป็นการโอนภารกิจจริง ๆ ก็ขอให้โอนให้ขาดเลยนะครับ อย่าประเภทที่ว่าตำรวจก็เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายนั้น ๆ ด้วย สามารถทำร่วมกันกับหน่วยงานอื่นได้ เพราะมันก็ยังคงเป็นภาระงานอยู่ดี เรียกว่าถ้ามีเจ้าภาพแล้ว ก็ให้อำนาจเต็มกับเจ้าภาพไปเพียงหน่วยเดียวไปเลย จะได้ไม่ซ้ำซ้อนกันครับ
ปล. ถ้าคิดว่านี่คือการปฏิรูปก็เอาที่สบายใจเลยครับ ยุคนี้ไม่ฟังใครอยู่แล้วนี่
ปล. ถ้าคิดว่านี่คือการปฏิรูปก็เอาที่สบายใจเลยครับ ยุคนี้ไม่ฟังใครอยู่แล้วนี่
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น