โรงพักเป็นจุดแตกหัก : ปัญหางานสอบสวน - ตำรวจไทย

Breaking

Post Top Ad

Post Top Ad

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

โรงพักเป็นจุดแตกหัก : ปัญหางานสอบสวน

เช้าวันนี้(29 ม.ค. 59) มีเหตุพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง  ร.ต.ท.   ยิงตัวตายที่แฟลตตำรวจ  ทิ้งลุกเมียไว้เบื้องหลัง   ซึ่งก่อนหน้าในเดือนเดียวกันนี้ ก็มีพนักงานสอบสวน สภ.แก่งโสภา  ยิงตัวตายเช่นเดียวกัน  สาเหตุก็เหมือนกันคือ "เครียดเรื่องงาน"   แบบนี้มันไม่ปกติแล้วครับ  ผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. ต้องเร่งหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขโดยเร็ว

     ในฐานะที่เคยเป็นพนักงานสอบสวนและสัมผัสกับเพื่อนตำรวจระดับสถานีตำรวจที่ทำงานด้านการสอบสวนมาตลอด  ขอสรุปสาเหตุแห่งความเครียดให้ได้ทราบกันบ้างนะครับ

     - เครียดเรื่องงาน  งานสอบสวนนั้น ตัวพนักงานสอบสวนเรียกว่าแทบจะทำทุกอย่างด้วยตัวตนเดียว นับแต่รับแจ้งความ  ไปตรวจที่เกิดเหตุ ทำแผนที่ สอบปากคำ  ฝากขัง ฯลฯ  ถ้าไม่มีทีมงานคอยช่วยเหลือ  ทำให้เกิดความเครียดสะสม  ยิ่งในพื้นที่ที่มีปริมาณงานมาก เฉลี่ยแล้วเกินกว่า 100 สำนวน/คน/ปี หรือพนักงานสอบสวนใหม่  ที่ไม่มีพี่เลี้ยงคอยดูแล  ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร  เรื่องนี้ตัวหัวหน้างานสอบสวน และหัวหน้าสถานีต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ  หากเห็นว่าจะเริ่มรับมือไม่ไหว  ควรต้องพักเวร เคลียร์สำนวนในมือ  อย่าให้ค้างจนเสียหาย

     - เครียดเรื่องเจ้านาย  ผู้บังคับบัญชาที่ดีต้องมีศิลปะในการปกครอง  ถ้าเจอพนักงานสอบสวนขี้เกียจ ก็ต้องตรวจกันบ่อย ๆ กำชับให้มานั่งทำงาน  อาจถึงต้องกำหนดตารางงานให้  จัดทีมงานสนับสนุน  อย่าเพิ่มเติมความเครียดต่อกันโดยไม่จำเป็น  ถ้า พงส. ไม่ยิงตัวตาย ก็อาจยิงท่านตายได้   ก่อนจะเอาผิด หรือลงโทษ พงส. ต้องหาทางแก้ปัญหาเสียก่อน  ช่วยกันก่อน  ไม่ใช่จะเอาโทษกันอย่างเดียว

     - เครียดเรื่องคู่กรณี  พนักงานสอบสวนต้องรับมือกับคนที่มีอารมณ์ร้อน  ได้รับความเดือดร้อน  ร้อนใจ ฯลฯ ทั้งเรื่องจราจร  ทะเลาะวิวาท  บุกรุก  ทำร้ายร่างกาย  ข่มขืน  คดีเหล่านี้ ไม่ใช่คดีใหญ่  แต่การรับมือไม่ง่าย  ต้องรองรับอารมณ์ของคู่กรณีด้วยความอดทน  บางครั้งเกิดความไม่เข้าใจถึงกับร้องเรียนตัวพนักงานสอบสวนเองก็มีไม่น้อย   กรณีอย่างนี้ หัวหน้างานหรือเพื่อนร่วมงาน ต้องเข้ามาช่วยเจรจาก่อนที่ร้อยเวร จะกลายเป็นคู่กรณีเสียเอง(เรื่องร้องเรียนตำรวจนี่ พงส. นำมาเลยนะครับ)  หรืออาจมีหลักสูตรแก้ไขวิกฤติการเจรจา  ให้มีทักษะด้านวาทศิลป์ เป็นต้น

     - งานเอกสารที่มากเกิดจำเป็น  ในสำนวนนั้นมีเอกสารที่สามารถลดทอนได้ เช่นรายงานการสอบสวน เอาแค่ตัวสรุปก็พอ ไม่ต้องบรรยายเป็นรายคน หรือเอกสารอื่น ๆ ที่อัยการไม่ได้ใช้ ลองคุยกันดู  เปลืองเวลา เปลืองกระดาษ   อีกเรื่องคือการกรอกข้อมูล Polis   ต้องกรอกให้ละเอียดด้วยตนเอง  กรอกแล้วก็น่าจะจบ  ไมใช่ต้องรายงานเป็นกระดาษไปยังหน่วยเหนืออีก  งี่เง่ามาก(หน่วยเหนือมรึงก็เปิด Polis ดูเอาเองสิเว้ย)

     - เครียดเรื่องประสานงานต่างหน่วย  เจ้านายมักจะรับ MOU กับ ศาล อัยการ ฯลฯ มาก่อนถามไถ่ผู้ปฏิบัติเสมอ  ไม่รู้เป็น MOU ห่าไร  มันต้องเป็นข้อตกลง 2 ฝ่าย  ไม่ใช่เรียกร้องฝ่ายเดียว  ฝ่ายตำรวจไม่เคยได้ประโยชน์อะไรกับข้อตกลงต่างหน่วยเลย  เช่น สอบเยาวชน พงส. ต้องพาเยาวชนไปที่อัยการ ติดต่อทนาย ฯลฯ  จ่ายค่าแรงให้ทนาย  พาเยาวชนกลับ  , ฝากขัง ขอหมาย ก็ต้องทำตามขั้นตอน ไปผิดเวลาก็โดนตำหนิ ทั้ง ๆ ที่เป็นเวลาราชการแท้ ๆ  ไอ้เราก็รีบจะตายห่าอยู่แล้ว  ศาลนั่งอยู่กับที่เงินเดือนเป็นแสน จะเรื่องมากอะไรนักหนา   อีกอันก็คือคดีป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติ  อยู่ดี ๆ ให้ตำรวจท้องที่ไปทะเลาะกับฝ่ายปกครองซะงั้น  จะเอายังไง ข้างบนก็คุยกันให้จบเสียก่อนได้ไหม  ผู้ปฏิบัติแมร่งเซ็ง

     - อุปกรณ์ไม่พร้อม  คอม พริ้นเตอร์ กระดาษ หาเองไม่เป็นไรครับ  แต่รถร้อยเวรมีคันเดียว ต้องแย่งกันใช้  ทั้งร้อยเวรอาญา ร้อยเวร จราจร  ร้อยเวรฝากขัง  อย่างนี้ก็ไม่ไหวนะครับ  , น้ำมันก็ไม่พอ  ต้องควักเติมเองอีก




     เหล่านี้แหละครับคือปัญหาที่ พงส. จะต้องพบเจอ  ในฐานะผู้บังคับบัญชา ที่มีอำนาจเต็มใน ตร. ท่านจะแก้ไขปัญหาให้เขาได้อย่างไร   "พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่จะมาพร้อมความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง" ลุงของสไปเดอร์แมนได้กล่าวไว้

     ในส่วนของชมรมพนักงานสอบสวน  บทบาทของท่านคือสรุป ปัญหาอุปสรรค จาก พงส. ทั่วประเทศ  แล้วขอประชุมร่วมกับทาง ตร. เพื่อหาแนวทางแก้ไข  ไม่ใช่เรียกร้องเอาแต่ได้(ได้เงินประจำตำแหน่ง ได้เงินค่าสำนวน ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งโดยที่สายงานอื่นเข้ามาแทรกคุณไม่ได้)  ต้องสนใจปัญหาของพี่น้อง พงส. ด้วย  แล้วอะไรที่ทำเป็นมาตรฐานแบบเดียวกันได้ ก็ให้ทำ เช่น สำนวน แบบฟอร์มแต่ละคนไม่เคยเหมือนกันเลย  , การทำ MOU ระหว่างหน่วยงาน  ให้เหมือนกันทั่วประเทศได้หรือไม่

     สำหรับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  เคยมีการศึกษาเรื่องการปรับปรุงพัฒนางานสอบสวน โดยท่าน พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา  ทำไว้ละเอียดดีมาก เช่นการเกลี่ย พงส. ทำได้เลยในอำนาจของ ผบช. , การจัดทีมพนักงานสอบสวนสำหรับโรงพักใหญ่(นครสวรรค์โมเดล) ฯลฯ  ซึ่งท่าน ผบ.ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ฯ ก็มาร่วมสัมนาด้วยนะท่าน  ยังไงลองเอามาปรับใช้ดู

     ฝากถึงเพื่อน ๆ ตำรวจที่มีปัญหาด้านความเครียด  อย่านั่งคิดวนเวียนอยู่คนเดียว  ให้ปรึกษาเพื่อน  เจ้านาย  เดินเข้าไปพุดคุยกันเลยครับ  อย่างน้อยน่าจะแก้ปัญหาได้ดีกว่าคิดเองคนเดียว  ไม่ไหวอย่างไร  เขาไม่ฆ่าคุณหรอก  ค่อย ๆ คิดไป ทำไป  อย่าทิ้งลูกเมีย พ่อแม่ ไว้ข้างหลัง  แล้วเรื่องแย่ ๆ มันก็จะผ่านไปได้สักวัน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ปล. งบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีจำกัด  การที่ พงส. ได้เงินประจำตำแหน่ง  มันก็คือการตัดส่วนงบประมาณของงานด้านอื่น เอามาให้คุณนั่นแหละ  ไม่ใช่ว่าจะได้เพิ่มจากรัฐบาลแต่อย่างใด  ไม่ได้ว่าใคร แค่บอกให้รู้เฉย ๆ
ปล.2 ในสายธารแห่งกระบวนการยุติธรรม ตำรวจถือเป็นต้นน้ำ  แต่ค่าตอบแทนของต้นน้ำ  กลางน้ำ(อัยการ) และปลายน้ำ(ศาล) นั้นต่างกันประมาณ 3 - 4 เท่าตัว นะครับ  นี่ก็บอกให้รุ้เฉย ๆ

ซีรี่ย์ชุด "โรงพักเป็นจุดแตกหัก"

4 ความคิดเห็น:

  1. พงส.ทำทุกอย่าง ไม่เคยแบ่งงานให้คนอื่นทำรับผิดชอบบ้าง พวกนายสั่งหนังสือลงมาขู่ตลอดจะลงทัณฑ์ คิดแต่เรื่องไม่เป็นเรื่องให้ทำ เช่น ลงข้อมูลในคราม ทำไมต้องบังคับพงส.ลง ใช้งบสร้างโปรแกรม ไม่คุ้มกับเงินภาษี พวกสั่งวันๆ ทำงานให้คุ้มเงินเดือนบ้างซิ ถ้าคุณสั่ง แล้วคุณลงมาทำได้ ไม่ว่ากัน ขอให้คนสั่งลงมาทำแข่งกับคนถูกสั่ง เอาแบบคนสั่งทำ 1 อย่าง คนถูกสั่งทำ 2 อย่าง ถ้าคนสั่งทำได้ คนถูกสั่งก็จะหุบปากไม่บ่นทันที

    ตอบลบ
  2. ไม่มีใครพูดถึงการแก้ปัญหางานอำนวยการของงานสอบสวนเลย ทั้งงานธุรการสอบสวน ทั้งคน ระบบ ไปรวมอยู่ที่พงส.คนเดียว ถ้าฝ่ายอำนวยการของงานสอบสวนดีด้วย ระบบก็ดีด้วย พงส.ก็มีหน้าที่ทำงานสอบสวนอย่างเดียว ไม่ต้องพะวงกับเรื่องอื่นๆ

    ตอบลบ

Post Top Ad